อัตราส่วนการสั่งซื้อผ้าไว้ใช้สำรองสำหรับโรงแรม รีสอร์ท (PAR Stock)
3 Views
ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569
อัตราส่วนการสั่งซื้อผ้าไว้ใช้สำรองสำหรับโรงแรม รีสอร์ท
(PAR Stock) คำนวณผ้ายังไงให้ไม่ต้องซื้อเติม หรือซื้อซ้ำเพิ่มบ่อยๆ หากสั่งซื้อครั้งแรกไม่แนะสั่งผ้ามาพอดีกับจำนวนห้องหรือจำนวนเตียง ตามมาตรฐานโรงแรมต้องเตรียมผ้าไว้อย่างน้อย 3 PAR (3 เท่าของจำนวนที่ใช้จริง) การวางแผนสั่งครั้งเดียวให้เพียงพอต่อการใช้งานอาจช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนได้เนื่องจากจากสั่งผลิตเป็นออเดอร์โดยเฉพาะกับโรงงานหากมีจำนวนเยอะเรทราคาจะถูกลง (↓)
ทำไมต้อง 3 พาร์ เผื่อไว้สำหรับ
:PAR 1: ใช้งานอยู่บนเตียงในห้องพัก
หรือปูไว้สำหรับรองรับลูกค้าเข้าเช็คอิน วอล์คอิน (Walk-in)
PAR 2: อยู่ในกระบวนการซัก-อบ-รีด-สตรีมผ้า เพื่อมาสลับสัปเปลี่ยนกรณีที่ลูกค้าต้องการให้ทำห้องหรือเปลื่ยนผ้าปู หรือลูกค้าขอที่นอนเสริมต้องเผื่อไว้ให้พร้อมสำหรับกรณีนี้ด้วย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือในกรณีที่ฝนตกผ้าแห้งไม่ทันใช้ (สำหรับโรงแรม-รีสอร์ท ที่ไม่มีเครื่องซักอุตสาหกรรมหรือถังอบผ้าแห้งสนิทในทันที) **หรือส่งซักแล้วโรงซักส่งผ้าคืนช้า หรือทำผ้าเสียหาย อาจขอชดเชยคืนเป็นเงินแทน เพราะการคืนให้มาเป็นผ้าจะไม่ค่อยทำเพราะโดยปกติหากเป็นผ้าคนละสเปกกันหรือแหล่งที่มาคนละที่ จะทำให้ฟิวลิ่งต่างกัน คุณภาพไม่เท่ากัน ทำให้โรงแรมควบคุมมาตรฐานยากขึ้น ที่สำคัญหากนำผ้าคนละชนิดมาปั่นหรือซักด้วยกันอาจทำให้ผ้าเสียหาย เศษขนของผ้าที่คุณภาพด้อยกว่าอาจหลุดมาติดผ้าผืนอื่นๆได้ หรืออายุการใช้งานอาจจะสั้นลงจึงควรสั่งซื้อผ้าเจ้าเดียวเพื่อให้ได้คุณภาพสินค้าและสเปกผ้า วิธีการทอและโคร้งสร้างผ้าแบบเดียวกัน
PAR 3: เก็บสำรองไว้ในสโตร์พร้อมเปลี่ยนผ้าหรือนำออกมาใช้กรณีที่ผ้าชำรุดเสียหายจากการใช้งานหรือเลอะคราบไม่สามารถซักออกได้ ถูกเกี่ยวขาดจากของมีคม กรณีนี้หากมีการปรับเงินลูกค้ากรณีที่ผ้าเลอะมากเกินไป ผ้าได้รับความเสียหาย หรือไม่สามารถซักทำความสะอาดได้ส่วนมากจะให้ผ้าผืนนั้นแก่ลูกค้าไปเลย โดยทั่วไปแล้วที่พักควรจะมีเรทเมนูปรับลูกค้าสำหรับ ผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้งานในห้องพัก กรณีที่เกิดความเสียหายไว้ให้ลูกค้าอย่างชัดเจนภายในห้องพัก เพื่อลดความเสี่ยงของต้นทุนและป้องกันปัญหาข้อพิพาทในภายหลัง
โดยเฉพาะโรงแรม รีสอร์ท ที่มีมูฟค่อนข้างเร็ว ลูกค้าเข้าพักตลอด จะให้ความสำคัญต่อจุดนี้มากๆ เพื่อความต่อเนื่อง และเป็นมืออาชีพในงานให้บริการ ที่ต้องสร้างความประทับใจ และความพึ่งพอใจสูงสุดให้กับแขกผู้มาเยือน
อีก 1 สิ่งที่ต้องคำนึงหากกำลังเตรียมเปิดโรงแรมใหม่
สีขาวคือมาตรฐานที่ดีที่สุด ที่โรงแรมส่วนใหญ่เลือกใช้เพราะสามารถให้ความรู้สึกสะอาดและปลอดภัยสำหรับแขกผู้เข้าพัก สีขาวช่วยให้ห้องพักดูหรูหรา ได้มาตรฐานตามแบบฉบับโรงแรม นอกจากนี้ ผ้าสีขาวยังดูแลรักษาง่ายเพราะสามารถใช้น้ำยาฟอกขาว (Bleach) ขจัดคราบสกปรกหนักๆ ได้โดยสีไม่ซีดจาง ทำให้อายุการใช้งานยาวนานกว่าผ้าสี สารฟอกผ้าขาวบางชนิดยังสามารถช่วยให้ผ้าสีขาวที่เริ่มเหลืองหรือหมองกลับมาขาวสว่างได้เหมือนผ้าใหม่ โดยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยๆ หากโคร้งสร้างผ้ามีความแข็งแรงและทนต่อการซักซ้ำๆได้ เป็นอย่างดี เพราะฉนั้น ผ้าที่คุณภาพสูงจึงเป็นที่ต้องการและได้รับความนิยมจากโรงแรม รีสอร์ท ที่เป็นมืออาชีพสูง เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี เป็นความคุ้มค่าในระยะยาวที่สามารถจับต้องได้
ข้อยกเว้น และสิ่งที่ควรระวังหากรีสอร์ทของคุณตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่ระบบน้ำประปาค่อนข้างเหลือง มีตะกอนแดง หรือใช้น้ำบาดาล หากไม่ต้องการเปลี่ยนผ้าบ่อยๆ แนะนำว่าอาจต้องหลีกเลี่ยงผ้าสีขาวและหันไปเลือกใช้ผ้าสีเข้มหรือโทนสีที่เข้ากับสภาพแวดล้อมแทน เพื่อป้องกันปัญหาผ้าหมองหรือขึ้นคราบเหลืองหลังจากซักไปไม่กี่ครั้ง เนื่องจากผ้าโรงแรมโดยเฉพาะผ้าคอตตอลจะดูดซับสีของน้ำเข้าสู่เส้นใยผ้าซึ่งอาจก่อให้เกิดคราบฝังลึง ผ้ามีสีขาวไม่สม่ำเสมอทำให้ผ้าดูเก่าเร็ว หากผ้าสีออกเหลืองหรือติดหมองมากเกินไปอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องใช้งานผ้าในห้องพัก
นอกจากนี้ การแบ่งการหมุนเวียนผ้าอย่างน้อย 3 ชุด ยังช่วยให้เนื้อผ้าได้ พัก ไม่ว่าจะเป็นผ้าคอตตอนหรือผ้าใยสังเคราะห์เพื่อให้เส้นใยได้โดนอากาศ (ช่วยให้เส้นใยคืนตัวผ้าโรงแรมส่วนใหญ่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton) ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติ เมื่อโดนความร้อนสูงจากเครื่องอบและเครื่องรีดอุตสาหกรรม เส้นใยจะถูกขึงตึงและแห้งกรอบ การพักผ้าช่วยให้เส้นใยได้ดูดซับความชื้นในอากาศกลับเข้าไปอย่างช้าๆ ทำให้เส้นใยคลายตัว คืนรูป และนุ่มนวลขึ้น) และเพื่อลดการหดหรือขยายตัวหลังผ่านกระบวนการซัก- รีดด้วยความร้อนสูง หากถูกนำมาปั่นแห้งและใช้งานซ้ำทันทีโดยไม่พัก แบบถี่ๆมากเกินไป เส้นใยอาจเปราะบาง แห้งกรอบ และขาดความนุ่ม ยับ หรือมีความหยาบ หรือเนื้อผ้าแข็งกระด้าง ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของผ้าสั้นลง และสัมผัสผ้าไม่ดีเท่าผ้าที่มีรอบพักและได้สลับหมุนเวียนใช้งานแบบถนอมผ้า
ปัจจัยสำคัญที่ต้องวางแผนเช่น จำนวนห้องพัก ทั้งหมดในรีสอร์ท/โรงแรมประเภทห้องพัก แต่ละประเภท (เช่น เตียงเดี่ยว เตียงคู่ หรือมีเตียงเสริม)รูปแบบการส่งซัก
(มีเครื่องซักรีดเอง หรือใช้โรงซักข้างนอก) ฯ
หลักการจัดการแบบมืออาชีพโรงแรมผู้ประกอบการอาจต้องการปรับให้เข้ากับการทำงานของแต่ละที่โดยเฉพาะ เพราะอาจมีข้อจำกัดหรือเหตุผลอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย เพื่อป้องกันปัญหาสต็อกขาดหรือสั่งเกินความจำเป็น
ข้อมูลเพิ่มเติมและประโยชน์ของการพักผ้า
การพักผ้า ของโรงแรม คือการนำผ้าที่ผ่านกระบวนการซัก อบ และรีดเรียบร้อยแล้ว มาวางพักเก็บไว้ในห้องเก็บผ้า เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนจะนำกลับไปปูเตียงหรือให้ลูกค้าใช้งานอีกครั้ง ซึ่งประโยชน์ของการพักผ้าคือยืดอายุการใช้งานของผ้า ช่วยให้เส้นใยคืนตัวผ้าโรงแรมส่วนใหญ่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton) ซึ่งเป็นเส้นใยธรรมชาติ เมื่อโดนความร้อนสูงจากเครื่องอบและเครื่องรีดอุตสาหกรรม เส้นใยจะถูกขึงตึงและแห้งกรอบ การพักผ้าช่วยให้เส้นใยได้ดูดซับความชื้นในอากาศกลับเข้าไปอย่างช้าๆ ทำให้เส้นใยคลายตัว คืนรูป และนุ่มนวลขึ้นลดการฉีกขาดผ้าที่เพิ่งรีดเสร็จใหม่ๆ เส้นใยจะกรอบและเปราะบางมาก หากนำไปดึงตึงเพื่อปูเตียงทันที เส้นใยจะขาดง่ายกว่าปกติ การพักผ้าช่วยลดอัตราการชำรุดได้อย่างมากที่สำคัญช่วยมอบสัมผัสที่สบายแก่ผู้เข้าพัก ผ้าไม่กระด้างผ้าที่ได้พักจะมีความนุ่มฟูและทิ้งตัวได้ดีกว่าผ้าที่เพิ่งรีดเสร็จใหม่ๆ ซึ่งมักจะแข็งกระด้างและลดความร้อนสะสมหากนำผ้าที่เพิ่งรีดเสร็จไปปูเตียงทันที ความร้อนที่สะสมอยู่ในผ้าจะยังคงอยู่ ทำให้ลูกค้ารู้สึกร้อน อึดอัด และนอนไม่สบายตัวช่วยประสิทธิภาพในการทำงานของแม่บ้านปูเตียงง่ายและตึงสวยผ้าที่ทิ้งตัวและคืนรูปแล้ว จะสามารถดึงและพับมุมเตียงได้ง่ายกว่าผ้าที่เพิ่งผ่านความร้อน ซึ่งมักจะยับง่ายหากโดนแรงกดทับทันที